DissertationSure

การเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์ by DissertationSure

          การเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์ นักศึกษาจะต้องนำเสนอหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์/ทำวิจัย ที่แสดงถึงรายละเอียดต่างๆ และสาระสำคัญของประเด็นที่จะทำการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงร่างวิทยานิพนธ์นั้น ควรจะมีการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ วิธีการทำวิจัย และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน นักศึกษาอาจจะไปขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาการทำวิทยานิพนธ์ หรือผู้ที่มีประสบการณ์และความรู้จริงเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ (ในกรณีไม่มีเวลาไปศึกษาด้วยตนเองหรืออ่านแล้วไม่เข้าใจจริงๆ) เพื่อนำคำแนะนำนั้นมาปรับปรุงโครงร่างงานวิจัยของตนเองให้ดีขึ้น เพราะโครงร่างที่ดีจะช่วยให้นักศึกษาประสบความสำเร็จในการทำวิทยานิพนธ์ได้ง่ายขึ้น โดยทั่วๆไป การเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วย 8 หัวข้อ ดังนี้

      1. ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์
ชื่อเรื่องเป็นสิ่งแรกที่จะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน และทำให้ผู้อ่าน อ่านแล้วเกิดความเข้าใจ ถึงปัญหาของการทำวิจัยครั้งนั้นๆ ดังนั้นการตั้งชื่อเรื่องจะต้องเขียนให้ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ควรเขียนให้คลุมเครือ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการเขียน ดังนี้
1.1 ควรตั้งชื่อเรื่องให้สั้น โดยใช้คำที่เฉพาะเจาะจงที่สามารถสื่อความหมายกับเรื่องที่ทำการวิจัย ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย กะทัดรัด แต่ก็ไม่ควรตั้งชื่อสั้นเกินไปเพราะอาจจะทำให้ขาดประเด็นสำคัญไป
1.2 ควรตั้งชื่อเรื่องให้ตรงกับประเด็นของปัญหาการทำวิจัย อ่านแล้วทราบว่าเป็นการทำวิจัยเกี่ยวกับปัญหาใด ไม่ควรตั้งชื่อสื่อความหมายได้หลายความหมาย และไม่ควรตั้งชื่อเรื่องที่เกินขอบเขตจริงของงานวิจัย
1.3 ควรตั้งชื่อเรื่องงานวิจัยในลักษณะให้เป็นคำนาม เพราะจะทำให้เกิดความไพเราะกว่าการใช้คำกริยานำหน้าชื่อเรื่อง
1.4 ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยที่ประกอบด้วยข้อความเรียบเรียงที่ได้ใจความสมบูรณ์ จะต้องระบุให้ทราบตั้งแต่จุดมุ่งหมายของการวิจัย ตัวแปร กลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษาวิจัย และรวมถึงส่วนต่างๆอื่นๆที่สำคัญด้วย

          2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในส่วนนี้ จะต้องเขียนให้เห็นถึงความเป็นมาของปัญหา และความสำคัญของปัญหาของวิทยานิพนธ์ที่จะทำอย่างชัดเจน โดยเน้นประเด็นสำคัญๆ คือต้องบังเกิดประโยชน์และส่งผลดีต่อบุคคลอื่นหรือสังคม เช่น เป็นการเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ให้แก่วงการวิจัยในสาขานั้นๆ หรือให้ประโยชน์โดยตรงกับกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งโดยเขียนให้สัมพันธ์กับเหตุและผลของการทำวิทยานิพนธ์เรื่องนั้นๆ พยายามให้เนื้อหามีความต่อเนื่องกัน หนึ่งในเทคนิคการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ดีนั้น ผู้จัดทำวิทยานิพนธ์จะต้องศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องให้ถ่องแท้เสียก่อน เพื่อที่จะเข้าใจถึงปัญหาและความสำคัญของงานวิทยานิพนธ์ที่จะทำอย่างแท้จริง

          3. วัตถุประสงค์ของการทำวิทยานิพนธ์
การวางเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายของการทำวิทยานิพนธ์ จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการทำงานวิจัยนั้นๆให้สำเร็จ คือจะต้องมีการคำนึงถึง ระยะเวลาและงบประมาณในการทำงาน หรือความรู้ความสามารถของผู้ทำวิจัย การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กว้างเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ ในส่วนนี้ควรจะกำหนดเป็นข้อความสั้นๆได้ใจความ เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการทำความเข้าใจ

          4. ขอบเขตการทำวิทยานิพนธ์
คือ การจำกัดหรือกำหนดขอบเขตให้แก่การวิจัยว่ากว้างแคบเพียงใด จะเก็บข้อมูลจากเอกสารเก่าที่มีอยู่แล้วหรือใช้ข้อมูลใหม่ หรือรวบรวมข้อมูลทั้ง 2 ชนิด จากประชากรจำนวนเท่าไร สถานที่ที่จะวิจัย ตัวแปรที่ต้องการจะศึกษา
ตัวอย่างเช่น
– สถานที่ทำการวิจัย: วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร
– ประชากรกลุ่มเป้าหมาย: เป็นนักศึกษา ปวช ปี 2 วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร อ.เมือง สมุทรสาคร ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 400 คน แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
– จำนวนกลุ่มตัวอย่าง: เป็นนักศึกษา ปวช ปี 2 วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร อ.เมือง สมุทรสาคร ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 100 คน แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
– ระยะเวลา: 1 เดือน

          5. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การทบทวนเอกสารเนื้อหาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ได้มาจากการอ่าน และค้นคว้าในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาของการทำวิจัย เป็นงานวิจัยที่มีนักวิจัยท่านอื่นจัดทำและเผยแพร่ไว้แล้ว การทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและงานวิจัยเก่าๆจะต้องไม่เก่าจนเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีความน่าเชื่อถือ การทำวิทยานิพนธ์ คือการทำวิจัยเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ดังนั้น การทบทวนงานวิจัยที่เก่าจนเกินไป จะไม่ทำให้ได้พื้นฐานความรู้ใหม่มาต่อยอด โดยทั่วไปงานวิจัยที่ทบทวนไม่ควรจะเก่าเกิน 5 ปี

          6. การรวบรวมข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
วิธีการดำเนินการต่างๆ เพื่อทำให้ได้ข้อมูลมา จะต้องมีการระบุอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่การเลือกวิธีการทำวิจัย (แบบเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ) กำหนดระยะเวลาการทำวิจัย กลุ่มเป้าหมาย วิธีการเก็บข้อมูล เครื่องมือการเก็บข้อมูล การทดสอบความน่าเชื่อถือของเครื่องมือ และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีการอธิบายอย่างชัดเจนและเป็นระบบระเบียบ

          7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำวิจัย
เป็นการเขียนอธิบายคาดการล่วงหน้าว่า ผู้จัดทำวิทยานิพนธ์และผู้อ่าน จะได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากงานวิจัยเล่มนี้ การเขียนประโยชน์ของการวิจัยอาจจะระบุเป็นข้อๆเพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน ซึ่งผลเหล่านี้ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้น และจะต้องเขียนเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ควรพยายามโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านให้เห็นถึงประโยชน์ของงานวิจัยมากที่สุด นักวิจัยควรจะขยันอ่านข้อมูลจากงานวิจัยเก่าๆ เพื่อให้ได้แนวทางการเขียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย เพราะเนื้อหาส่วนนี้จะทำให้งานวิจัยมีความน่าสนใจมากขึ้น

          8. เอกสารอ้างอิง
การอ้างอิงถึงแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ เอกสารที่ค้นคว้า ทฤษฎีต่างๆหรือการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เป็นเอกสารทั้งหมดที่ได้ใช้สนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ของตน จะต้องระบุให้ถูกต้องและชัดเจน ทั้งในเนื้อหาและในส่วนอ้างอิงท้ายบท ซึ่งโดยปรกติจะมีแบบฟอร์ม/วิธีการเขียนอ้างอิงแหล่งข้อมูลระบุไว้อย่างชัดเจน

 

DissertationSure ให้คำปรึกษาการทำวิจัย ทำ Powerpoint Presentation และรับทำตัวอย่างวิทยานิพนธ์แบบมืออาชีพ รู้จริง ทำได้จริง ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ Business department ติดต่อเรา